
ธุรกิจจำนวนมากใช้ ป้ายโฆษณา ป้ายหน้าร้าน หรือป้ายชื่อกิจการ เพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างการรับรู้แบรนด์ แต่สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือ ป้ายเหล่านี้เข้าข่ายต้องเสีย ภาษีป้าย ตามกฎหมาย
หากไม่ยื่นภาษี หรือยื่นล่าช้า อาจมีค่าปรับหรือเงินเพิ่มตามมาได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้นการเข้าใจว่าป้ายแบบไหนต้องเสียภาษี อัตราเท่าไร และต้องยื่นเมื่อไร จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ประกอบการทุกคน
ภาษีป้าย คืออะไร
ภาษีป้าย คือ ภาษีที่จัดเก็บจากป้ายที่ใช้แสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือโฆษณาสินค้าและบริการ โดยจัดเก็บโดย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล หรือ อบต. ไม่ใช่กรมสรรพากร
วัตถุประสงค์ของภาษีป้าย ได้แก่
- ควบคุมการใช้ป้ายในพื้นที่ให้เป็นระเบียบ
- เป็นรายได้ของท้องถิ่นเพื่อนำไปพัฒนาพื้นที่
- ดูแลภาพลักษณ์ของเมืองและชุมชน
ป้ายแบบไหนต้องเสียภาษีป้าย
- ป้ายหน้าร้านค้า หรือป้ายชื่อร้าน
- ป้ายโฆษณาสินค้าและบริการ
- ป้ายบริษัทหรือสำนักงาน
- ป้ายโปรโมชันหรือป้ายแบนเนอร์
- ป้ายถาวรและป้ายชั่วคราวบางประเภท
สรุปง่าย ๆ คือ หากป้ายนั้นมีไว้เพื่อธุรกิจ ส่วนใหญ่จะเข้าข่ายต้องเสียภาษี
ป้ายแบบไหนที่ได้รับการยกเว้นภาษีป้าย
แม้ว่าป้ายส่วนใหญ่จะต้องเสียภาษี แต่ก็มีบางกรณีที่ป้ายบางประเภทได้รับการยกเว้น เช่น
- ป้ายที่ติดอยู่ภายในอาคาร (ไม่มองเห็นจากภายนอก)
- ป้ายของหน่วยงานราชการ
- ป้ายขนาดเล็กตามเกณฑ์ที่กำหนด
*ทั้งนี้รายละเอียดอาจแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานท้องถิ่นอีกครั้ง
อัตราภาษีป้ายปี 2569
การคำนวณภาษีป้ายจะคิดจาก ขนาดพื้นที่ของป้าย (ตารางเซนติเมตร) โดยมีหลักการคำนวณดังนี้
- ป้ายที่มีขอบเขตชัดเจน ใช้ กว้าง × ยาว
- ป้ายที่ขอบเขตไม่ชัดเจน วัดจาก ตัวอักษรหรือภาพที่อยู่ริมสุด
จากนั้นนำพื้นที่ที่ได้ไปคำนวณตามอัตราภาษีป้าย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามลักษณะของป้าย (อ้างอิงอัตราภาษีป้ายล่าสุด จนถึงปัจจุบันในปี 2569 )
| ประเภทที่ 1 : ป้ายที่มีอักษรไทยล้าน | ก. ป้ายที่มีข้อความเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนข้อความอื่นได้ | 10 บาท ต่อ 500 ตร.ซม. |
| ข. ป้ายทั่วๆไป ไม่มีข้อความเคลื่อนที่หรือ้ลปี่ยนข้อความอื่นได้ | 5 บาท ต่อ 500 ตร.ซม. | |
| ประเภทที่ 2 : ป้ายไทยปนต่างประเทศ / รูปภาพ / สัญลักษณ์ (โดยภาษาไทยต้องอยู่ด้านบน) | ก. ป้ายที่มีข้อความ เครื่องหมาย หรือภาพที่เคลื่อนที่ หรือเปลี่ยนข้อความเครื่องหมายหรือภาพอื่นได้ | 52 บาท ต่อ 500 ตร.ซม. |
| ข. ป้ายทั่วๆไป ที่ไม่มีข้อความ เครื่องหมาย หรือภาพที่เคลื่อนที่ หรือเปลี่ยนข้อความเครื่องหมายหรือภาพอื่นได้ | 26 บาท ต่อ 500 ตร.ซม. | |
| ประเภทที่ 3 : ป้ายไม่มีภาษาไทย / ไทยอยู่ต่ำกว่าต่างประเทศ | ก. ป้ายที่มีข้อความ เครื่องหมาย หรือภาพที่เคลื่อนที่ หรือเปลี่ยนข้อความเครื่องหมายหรือภาพอื่นได้ | 52 บาท ต่อ 500 ตร.ซม. |
| ข. ป้ายทั่วๆไป ที่ไม่มีข้อความ เครื่องหมาย หรือภาพที่เคลื่อนที่ หรือเปลี่ยนข้อความเครื่องหมายหรือภาพอื่นได้ | 50 บาท ต่อ 500 ตร.ซม. |
เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้
- หากคำนวณภาษีแล้ว ต่ำกว่า 200 บาท ต้องชำระขั้นต่ำ 200 บาท
- หากพื้นที่ป้ายมีเศษ เกิน 250 ตารางเซนติเมตร ให้ปัดขึ้นเป็น 500 ตารางเซนติเมตร
กำหนดการยื่นภาษีป้าย
ผู้ประกอบการต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายตามช่วงเวลาที่กำหนด คือ ยื่นภายในเดือนมีนาคมของทุกปี หรือหากติดป้ายใหม่ ต้องยื่นภายใน 15 วันนับจากวันที่ติดตั้ง สามารถติดต่อยื่นได้ที่
- เทศบาล
- องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
- หรือหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่
- บางพื้นที่อาจมีระบบออนไลน์ให้ยื่นและชำระภาษีได้
หากไม่ยื่นภาษีป้ายจะมีโทษอย่างไร
หากพบว่ามีการจงใจไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท
และยังมีบทลงโทษในกรณีอื่นๆ ดังนี้
- ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายภายในเดือนมีนาคมหรือหลังติดป้าย 15 วัน เสียเงินเพิ่ม 10 %
- ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้ายโดยไม่ถูกต้อง ทำให้ค่าภาษีน้อยลงต้องเสียเพิ่ม 10% ของค่าภาษี
- ไม่ชำระภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้แจ้งการประเมินเสียเงินเพิ่ม 2 % ต่อเดือนของค่าภาษี
- ผู้ใดไม่แจ้งการรับโอนป้าย ภายใน 30 วัน นับแต่วันรับโอนต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000-10,000 บาท
- ผู้ใดไม่แสดงชื่อ-ที่อยู่ เจ้าของป้ายเป็นอักษรไทยให้ชัดเจนที่มุมขวาของป้าย ซึ่งติดตั้งบนอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น และมีพื้นที่เกิน 2 ตร.ม. ต้องระวางโทษ 100 บาท เรียงรายวันตลอดระยะเวลาที่กระท่าความผิด
- ผู้ใดโดยรู้อยู่แล้วหรือจงใจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ให้ถ้อยคำเท็จตอบคำถามด้วยถ้อยคำเป็นเท็จหรือพยาหลักฐานเท็จ มาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีป้ายต้องระวางโทษจำคุกเกิน 1 ปีหรือปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท
ขั้นตอนการ “แจ้งเลิกใช้ป้าย” เมื่อปิดกิจการหรือรื้อถอน
หากมีการเลิกใช้ป้าย เช่น ปิดกิจการ หรือรื้อถอนป้าย ควรดำเนินการแจ้งกับหน่วยงานท้องถิ่น ขั้นตอนโดยทั่วไปคือ
- แจ้งเลิกใช้ป้ายกับเทศบาลหรือ อบต.
- ระบุรายละเอียดป้ายที่ยกเลิก
- ยื่นเอกสารภายในระยะเวลาที่กำหนด
เพื่อป้องกันการถูกเรียกเก็บภาษีในปีถัดไปโดยไม่จำเป็น
การจัดการข้อมูลธุรกิจและภาษีให้เป็นระบบ
การจัดการภาษีป้ายให้ถูกต้องเป็นหน้าที่สำคัญที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรมองข้าม เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกเรียกเก็บค่าปรับและเงินเพิ่มย้อนหลัง การหมั่นตรวจสอบขนาดประเภทของป้าย และยื่นแบบแสดงรายการตามกำหนดเวลา จะช่วยให้การบริหารจัดการต้นทุนธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากภาษีป้ายแล้ว ในการทำธุรกิจยังมีภาษีอื่น ๆ ด้วยเช่น ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย หากไม่มีระบบจัดการข้อมูลที่ดี อาจทำให้ ข้อมูลตกหล่น ยื่นภาษีผิด หรือเสียค่าปรับโดยไม่จำเป็น
โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK สามารถช่วยให้การจัดการภาษีและบัญชีเป็นเรื่องง่ายขึ้น เช่น
- บันทึกรายรับรายจ่ายของธุรกิจอย่างเป็นระบบ
- รวมเอกสารทางบัญชีไว้ในที่เดียว
- ช่วยเตรียมข้อมูลสำหรับการยื่นภาษีได้สะดวก
- ทำให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพรวมการเงินได้ชัดเจน
เพื่อให้การจัดการค่าใช้จ่ายและภาษีของธุรกิจคุณครบวงจรยิ่งขึ้น PEAK ยังเป็นพาร์ทเนอร์กับ OfficeMate (OFM) ที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยสินค้าและบริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สำนักงาน ปริ้นเตอร์ สินค้าไอที หรือเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งช่วยให้คุณควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายผ่านระบบจัดซื้อที่ทันสมัย พร้อมสิทธิประโยชน์ในการออกใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง เพื่อนำไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในโปรแกรมบัญชี PEAK ได้ทันที
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
1. ป้ายขนาดเล็กต้องเสียภาษีป้ายหรือไม่
บางกรณีอาจได้รับการยกเว้น ขึ้นอยู่กับขนาดและเงื่อนไขของท้องถิ่น
2. ภาษีป้ายต้องยื่นทุกปีหรือไม่
จำเป็นต้องยื่นทุกปี หากยังคงใช้ป้ายอยู่
3. หากติดป้ายใหม่ระหว่างปีต้องทำอย่างไร
ต้องยื่นภาษีภายใน 15 วันนับจากวันที่ติดตั้งป้าย
4. สามารถชำระภาษีป้ายทางออนไลน์ได้หรือไม่
บางพื้นที่รองรับการชำระออนไลน์ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานท้องถิ่น
5. ป้าย Digital Screen หรือป้ายไฟวิ่ง ต้องเสียภาษีอย่างไร
ถือเป็นป้ายโฆษณาเช่นเดียวกัน และต้องเสียภาษีตามประเภทและขนาดของป้าย
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
ติดตาม OfficeMate ได้ที่ช่องทาง
- Facebook : https://www.facebook.com/officemate.co.th
- Line :https://page.line.me/tte5109d
- Instagram : https://www.instagram.com/officemate_thailand
- Linkedin : https://www.linkedin.com/company/officemate
- Tiktok:https://www.tiktok.com/@officemate_thailand?
